//ป้องกันประสาทสัมผัสของลูกรักจากสิ่งอันตรายใกล้ตัว
  • ป้องกันประสาทสัมผัสของลูกรักจากสิ่งอันตรายใกล้ตัว

ป้องกันประสาทสัมผัสของลูกรักจากสิ่งอันตรายใกล้ตัว

สิ่งอันตรายใกล้ตัวลูกรัก ถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายท่านมักจะมองข้ามไปได้ง่าย อาจเป็นเพราะสิ่งอันตรายเหล่านั้นมีขนาดเล็กหรือเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือบางครั้งอาจมองเห็นด้วยตาเปล่าแต่พ่อแม่อาจไม่คาดคิดว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวลูกรักได้ โดยเฉพาะประสาทสัมผัสของลูกรัก ถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรใส่ใจและดูแล เน้นหนักในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย ไม่ต่างไปจากการที่พ่อแม่ใส่ใจในความสะอาดของเสื้อผ้าที่ลูกสวมใส่ หรือแม้กระทั่งรองเท้าเด็กที่ซื้อมาเพื่อเตรียมพร้อมให้ลูกได้สวมใส่หัดเดิน ก็ล้วนต้องผ่านการทำความสะอาดและดูแลเป็นอย่างดี ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองต่อตัวลูกรักนั่นเอง แต่สำหรับประสาทสัมผัสของลูกนั้น ถือเป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่านั้น ดังนั้นเราจึงขอนำวิธีการป้องกันสิ่งอันตรายใกล้ตัวที่มีโอกาสทำร้ายประสาทสัมผัสของลูกมาฝากกันค่ะ

การป้องกันดวงตาจากสิ่งอันตราย

เมื่อใดที่มีสิ่งอันตรายเข้ามาสู่ประสาทสัมผัสอย่างดวงตา จะทำให้ดวงตาเกิดการระคายเคืองได้ และจะทำให้มีน้ำตาไหล ทำให้ตาแดง และอาจทำให้มีอาการเจ็บปวดที่ดวงตาได้ สิ่งอันตรายที่มักเข้าสู่ดวงตาก็คือขนตา แมลงตัวเล็กๆ ฝุ่นละออง เป็นต้น ดังนั้นการป้องกันดวงตาจากสิ่งอันตรายเหล่านี้ก็คือ การเลี่ยงการขยี้ตา หรือการพยายามใช้นิ้วมือนำเศษผงออกเอง เมื่อใดที่เกิดปัญหาลักษณะดังกล่าว แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่นำน้ำสะอาดให้ลูกลืมตาในน้ำ หรือไม่ก็ให้เอาน้ำอุ่นสะอาดให้ลูกล้างตา วิธีนี้จะช่วยได้ดีและปลอดภัย แถมยังได้ผลดีอีกด้วย แต่ในกรณีที่มีสิ่งอันตรายเข้าตา จนทำให้เกิดอาการเคืองตามากๆ จนหนังตาปิด แนะนำให้ใช้น้ำอุ่นเช็ดเบาๆ เพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นให้รีบพาลูกไปหาหมอแต่โดยด่วน

การป้องกันหูจากสิ่งอันตราย

สิ่งอันตรายที่มักเข้าไปในหูก็คือแมลงตัวเล็กๆ เช่น มด ยุง ไรขนจากสัตว์ หมัดสุนัข รวมทั้งสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ เช่น เมล็ดผลไม้ ลูกปัด เศษอาหารชิ้นเล็กๆ เป็นต้น ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วสิ่งที่อันตรายมากๆ ก็คงไม่พ้นจากหมัดสุนัขที่อาจมาจากการที่ลูกรักคลุกคลีกอดเล่นกับสุนัขตัวโปรด เพราะหมัดสุนัขมักจะคลานเข้าสู่ส่วนลึกของหู และจะใช้ปากที่มีเขี้ยวคมกัดช่องหูหรือแก้วหู และทำการดูดเลือดเป็นอาหาร ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดหูอย่างทรมาน ที่สำคัญหมัดสุนัขยังสามารถมีชีวิตอยู่ในหูได้นานอีกด้วย ส่วนสิ่งอันตรายประเภทที่ไม่มีชีวิตอย่างเช่นเมล็ดผลไม้หรือลูกปัด อาจเกิดจากการที่ลูกเล่นเพลินๆ และหยิบเอาเข้าหูโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเมื่อสิ่งต่างๆ กลายเป็นสิ่งอันตรายต่อหูของลูกรัก พ่อแม่จำเป็นที่จะต้องป้องกันและเฝ้าระวังการเล่นของลูกให้ดี หรือหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหูของลูกแล้ว ก็สามารถรักษาขั้นเบื้องต้นได้ด้วยการให้ลูกเอียงหูข้างที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปให้ต่ำลงแล้วให้ลูกกระตุกใบหู ทั้งนี้เพื่อให้สิ่งแปลกปลอมเลื่อนออกมา แต่หากไม่กล้าเสี่ยงหรือลงมือรักษาทำเอง แนะนำให้รีบพาลูกไปหาหมอทันที เพื่อไม่ให้ลูกเจ็บหูมากจนเกินไป

การป้องกันจมูกจากสิ่งอันตราย

ธรรมชาติของเด็กมักจะชอบทดลองและเล่นอะไรที่ก่อให้เกิดอันตรายจนหลายๆ ครั้งพ่อแม่เองก็ไม่คาดคิดว่าลูกจะกล้าเล่นอะไรแปลกๆ แบบนั้น โดยเฉพาะจมูก ถือเป็นประสาทสัมผัสที่ลูกมักเอาสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้เกิดอันตรายเข้าสู่จมูกบ่อยๆ การป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายมากจนเกินไปเมื่อลูกนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่จมูกคือ พ่อแม่ควรให้ลูกปิดรูจมูกข้างที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอม จากนั้นให้พ่นลมหายใจแรงๆ สิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมา แต่หากยังไม่ออก ให้ลูกหายใจช้าๆ ลึกๆ แล้วให้พ่นลมหายใจแรงๆ อีกครั้ง หรืออีกวิธีที่มักจะได้ผลก็คือ การกระตุ้นทำให้ลูกจาม วิธีนี้จะช่วยให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมาจากจมูกได้ สิ่งที่ควรระวังมากที่สุดเมื่อลูกเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในจมูกก็คือ ห้ามให้ลูกเอานิ้วหรือไม้แคะออก เพราะจะทำให้สิ่งแปลกปลอมเลื่อนเข้าลึกลงไปกว่าเดิมได้

การป้องกันคอหรือหลอดลมจากสิ่งอันตราย

โอกาสที่สิ่งแปลกปลอมจะเข้าไปในคอจนอุดทางเดินหายใจ มักเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยกับเด็ก พ่อแม่สามารถสังเกตอาการที่เกิดจากการมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดทางเดินหายใจได้จากการไอของลูก รวมทั้งการหายใจไม่ออก หายใจเสียงดัง พูดแต่ละทีไม่มีเสียง และพูดได้ค่อนข้างลำบาก ทั้งนี้พ่อแม่สามารถสันนิษฐานได้เลยว่าอาการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเพราะก้างปลาติดคอ กระดูกไก่ติดคอ รวมทั้งการกลืนอาหารชิ้นโตเกินไป เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวกับลูกรัก พ่อแม่สามารถใช้ข้าวสุกนิ่มๆ ปั้นเป็นก้อนขนาดพอดีคำ ให้ลูกค่อยๆ กลืนลงไป ทำซ้ำประมาณ 3-4 ครั้งจะช่วยแก้ได้ บางสูตรก็ใช้กล้วยสุกแทนข้าวสุกนิ่ม ทั้งนี้หากใช้วิธีดังกล่าวแล้วแต่ยังไม่ได้ผล หรือเห็นว่าสิ่งแปลกปลอมมีขนาดใหญ่เกินไป ให้คุณพ่อคุณแม่รีบพาลูกไปโรงพยาบาล ส่งต่อให้คุณหมอรีบช่วยเหลือจะดีที่สุด

สิ่งแปลกปลอมและสิ่งอันตรายต่างๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย แต่ก็ใช่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่สามารถป้องกันได้ เพราะสิ่งต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อประสาทสัมผัสของลูก ส่วนใหญ่มักมาจากฝีมือการเล่นของลูก ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวบ่อยๆ ก็คือ การสอนหรือบอกให้ลูกรู้ว่าไม่ควรนำสิ่งต่างๆ เข้าไปในประสาทสัมผัส เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต บอกถึงผลเสียต่างๆ ให้ลูกเห็นภาพและรู้สึกกลัว บอกลูกรักไปว่าหากทำอย่างนั้น อาจทำให้เสียชีวิตและไม่สามารถมานั่งเล่นกับพ่อแม่ได้ เชื่อว่าเด็กมักจะเชื่อฟังและไม่กล้าทำสิ่งที่ทำให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะสิ่งอันตรายที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถอยู่กับพ่อแม่ได้ ลองดูค่ะ เด็กเป็นวัยที่น่ารักและเชื่อฟังง่าย อธิบายดีๆ ให้เขาเข้าใจ จะช่วยป้องกันอันตรายต่างๆ ได้ในระยะยาวอย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว

บทความโดย ©babypeak.com สงวนลิขสิทธิ์

ข่าวสารร้านค้า: ร้านหยุด 20-23 ตุลาคมนี้นะคะ ยกเลิก

ปิดโหมดสีเทา