Articles

โรคติดต่อในเด็กอนุบาลที่พ่อแม่จำเป็นต้องใส่ใจ

โรคติดต่อในเด็กอนุบาลที่พ่อแม่จำเป็นต้องใส่ใจ 1

ถือเป็นเรื่องปกติที่เด็กทุกคนจะต้องเผชิญกับอาการป่วยอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเด็กที่เริ่มเข้าเรียน จะเริ่มมีการรวมเด็กที่มาจากที่ต่างๆ มาอยู่ในห้องเดียวกัน และต้องมานั่งทำกิจกรรม นั่งเรียน วิ่งเล่น และกินข้าวด้วยกัน ดังนั้นโอกาสที่จะทำให้เด็กติดอาการป่วยมาจากเพื่อนถือเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายมากๆ หรืออาจจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย 

พ่อแม่หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมอยู่ดีๆ ลูกจึงป่วยหรือไม่สบายได้ง่าย หรือบางครั้งถึงขั้นไม่สบายถี่มากๆ นั่นเป็นเพราะก่อนที่ลูกจะเข้าเรียน ลูกอาจจะอยู่บ้านกับสมาชิกในครอบครัวเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ไม่เหมือนที่ต้องมานั่งเรียนกับคนอีกหลายสิบคนที่โรงเรียน ที่สำคัญตอนที่ลูกอยู่บ้านอาจจะมีพ่อแม่พี่เลี้ยงคอยดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ห่าง โอกาสที่จะป่วยจึงเกิดขึ้นได้ยาก หรืออาจจะป่วยนานๆ ที แต่เมื่อถึงช่วงเวลาที่ลูกต้องมานั่งเรียนรวมกลุ่มกับเด็กคนอื่นๆ อีกมากมาย โอกาสที่คุณครูจะดูแลและใกล้ชิดกับลูกเหมือนที่พ่อแม่หรือพี่เลี้ยงทำอยู่เป็นประจำจึงค่อนข้างเป็นไปได้ยากนั่นเอง 

วันนี้เราจึงขอนำสาระความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อที่มักเกิดในเด็กวัยอนุบาลมาฝากพ่อแม่ทุกท่าน เพื่อที่คุณจะสามารถป้องกันหรือเตรียมรับมือกับโรคดังกล่าวได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง ตามไปดูกันเลยดีกว่าว่าโรคติดต่อเหล่านั้นจะมีอะไรกันบ้าง

โรคไข้หวัด

โรคไข้หวัด ถือเป็นโรคยอดฮิตที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยในทุกวัย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว หันไปทางไหนก็มักเจอแต่คนเป็นไข้หวัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพ่อแม่ก็ควรเตรียมรับมือและใส่ใจดูแลลูกรักให้มากๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคไข้หวัดได้ง่ายนั่นเอง อย่างที่ทุกคนทราบดีว่าอาการของโรคไข้หวัดนั้นสร้างความทรมานให้กับร่างกายได้ในหลายๆ ส่วน ยิ่งถ้าเกิดขึ้นกับเด็กในวัยอนุบาล จะน่าสงสารมากๆ สำหรับโรคไข้หวัดนั้นจะมีเชื้ออยู่หลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งเมื่อใครป่วยเป็นไข้หวัดแล้วหาย ร่างกายก็จะมีการสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโรคที่เคยเป็น แต่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีกครั้ง ในส่วนของอาการนั้น ผู้ป่วยจะมีอาการคัดจมูก คอแห้ง เจ็บคอ มีไข้ มีอาการปวดหัว ไอแห้ง มีน้ำมูกใสๆ และไอมีเสมหะ ทั้งนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องดูแลและป้องกันโรคแทรกซ้อนที่มาพร้อมกับโรคไข้หวัดอย่าง ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ เป็นต้น และที่พ่อแม่ควรระวังให้มากๆ ก็คือ โรคไข้หวัดอาจทำให้เด็กเกิดอาการชักได้ 

โรคไข้หวัดใหญ่

แน่นอนว่าพ่อแม่หลายท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อโรคไข้หวัดใหญ่กันมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เชื่อว่าพ่อแม่บางท่านไม่คาดคิดว่าโรคชนิดนี้จะกลายเป็นโรคติดต่อที่เกิดขึ้นในเด็กวัยอนุบาลด้วย ซึ่งโรคดังกล่าวถือเป็นโรคที่สามารถติดกันได้ง่าย โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก อย่างเช่นในห้องเรียน และแน่นอนว่าห้องเรียนของเด็กอนุบาลถือเป็นสถานที่ที่สามารถทำให้เด็กติดโรคนี้กันได้ง่าย เมื่อเทียบกับภูมิต้านทานของเด็กด้วย ทั้งนี้โรคไข้หวัดใหญ่จะมีการติดต่อผ่านลมหายใจ การจาม การไอ น้ำลาย รวมถึงละอองน้ำมูก ในส่วนของอาการนั้น ผู้ป่วยจะมีไข้สูงอย่างเฉียบพลัน มีอาการปวดหัว รู้สึกเมื่อยตัว มีอาการคัดจมูกและเจ็บคอ นอกจากนี้ยังส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีอาการหนาวสั่นจนสังเกตได้อีกด้วย แต่อย่าเพิ่งกังวลจนเกินไป เพราะโรคไข้หวัดใหญ่สามารถหายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ หากไม่มีอาการแทรกซ้อนแต่อย่างใด

โรคท้องร่วง

เชื่อว่าเด็กหลายคนต้องเคยเผชิญกับโรคท้องร่วงกันมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มเข้าเรียน เนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นโรคที่เกิดมาจากไวรัสโรต้า เชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายก็มาจากทางปาก ดังนั้นก็เลิกสงสัยได้เลยว่าทำไมเด็กๆ โดยเฉพาะในวัยอนุบาลจึงเป็นโรคนี้กันง่าย เพราะธรรมชาติของเด็กมักหยิบของใส่ปากอยู่บ่อยๆ ยิ่งถ้าอยู่ที่โรงเรียนโอกาสที่ลูกไม่ล้างมือก่อนหยิบขนมเข้าปากก็ยิ่งมีมาก ในส่วนของอาการของโรคท้องร่วงนั้น พ่อแม่สามารถสังเกตได้เองจากการถ่ายของลูกในแต่ละครั้ง ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคท้องร่วงจะมีการถ่ายเป็นน้ำ มีอาการคลื่นไส้ ปวดท้อง ปวดหัว อาเจียน รวมทั้งมีไข้ด้วย สำหรับผู้ป่วยบางรายอาจจะมีน้ำมูกหรือไอรวมอยู่ด้วยเช่นกัน ในส่วนของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตนั้น มักเกิดมาจากการที่ร่างกายของผู้ป่วยสูญเสียน้ำในปริมาณมาก และผู้ปกครองละเลยไม่พาไปพบแพทย์หลายวัน จนสายต่อการรักษานั่นเอง

โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก ถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่เกิดขึ้นในเด็กวัยอนุบาลได้ง่ายมาก ซึ่งโรคชนิดนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่จัดอยู่ในกลุ่มของ enterovirus ซึ่งเป็นโรคที่พบมากในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ในส่วนของอาการนั้น ผู้ป่วยจะมีไข้ในระดับต่ำ มีอาการอ่อนเพลีย และหลังจากนั้นประมาณ 2-3 วัน เด็กจะเริ่มมีอาการเจ็บปาก ไม่สามารถกินข้าวได้ จากนั้นจะเริ่มมีตุ่มใสสีแดงขึ้นในบริเวณปาก และขึ้นไปยังมือ เท้า และลำตัวตามลำดับ โรคชนิดนี้ไม่ได้มีความรุนแรงมากมาย สามารถรักษาได้ตามอาการ และสามารถหายได้เป็นปกติภายใน 7-10 วัน ยกเว้นผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อขั้นรุนแรงที่เกิดมาจากเชื้อแบคทีเรีย จะส่งผลทำให้ตุ่มใสๆ ที่ขึ้นตามจุดต่างๆ เป็นหนอง และจะทำให้อาการรุนแรงถึงขั้นเป็นปอดบวม สมองอักเสบ เยื่อสมองอักเสบ และรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคชนิดดังกล่าวที่เราได้นำมาบอกกล่าวกันในวันนี้นั้น ล้วนเป็นโรคที่พ่อแม่หลายท่านรู้จักกันเป็นอย่างดี แถมยังเป็นโรคที่ได้ยินกันจนชินหูกันเสียแล้ว แต่ก็น่าเป็นกังวลเมื่อโรคเหล่านี้กลายเป็นโรคติดต่อในเด็กวัยอนุบาลด้วย ต่อไปนี้พ่อแม่คงต้องเพิ่มความเอาใจใส่ในตัวลูกรักกันให้มากๆ โดยเฉพาะลูกรักที่เริ่มก้าวเข้าสู่วัยเรียนนั่นเอง

ใส่ความเห็น